บ้านมีปัญหา

ไม่อยากมานั่งปวดหัวกับบ้าน ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของบ้านก่อนโอน

BE HOME ขอเสนอตัวเป็นผู้แทนในการตรวจสภาพบ้านของคุณลูกค้า ด้วยประสบการณ์

การทำงานตรวจสอบความสมบูรณ์ของบ้านมายาวนานกว่า 20 ปีของเราทำให้ท่านมั่นใจ

ได้ว่าบ้านของท่านจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดแม้ในจุดผิดพลาดเพียงเล็กน้อย

เครื่องมือการตรวจมาตรฐานสากล ช่วยให้ท่านไม่ต้องซื้อ บ้านมีปัญหา ไปแก้ไขเอง

ตัวอย่างเครื่องมือตรวจสอบของเรา

รีวิวการตรวจบ้านของเรา

วิธีเช็คระบบไฟภายในบ้านแบบง่าย ๆ ทำเองได้เลย

         อยากจะเช็คระบบไฟในบ้านด้วยตัวเองกันไหม โดยเฉพาะคนที่ซื้อบ้านใหม่การตรวจสอบรายละเอียดอื่น ๆ สำคัญแล้วระบบไฟก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่ว่าเรื่องไฟฟ้าเราจะทำเล่น ๆ ไม่ได้ เอานิ้วไปจิ้ม ๆ ตรวจดูมันก็ไม่ได้มีหวังไฟช็อตแน่นอน วันนี้เราจะมาแนะนำการเช็คระบบไฟภายในบ้านแบบง่าย ๆ กัน

มาเริ่มเช็คระบบไฟภายในบ้านกันเลย

  1. เตรียมอุปกรณ์

ขั้นแรกเลยเราจะต้องมีอุปกรณ์ไขควงเช็คไฟที่เป็นตัวมีคุณภาพดีมาช่วย เวลาซื้อต้องเลือกให้ดีเพราะเรากำลังทำงานกับไฟฟ้า ควรจะเป็นตัวที่มีฉนวนไฟหุ้มสูง ๆ หนา ๆ เข้าไว้เพื่อความปลอดภัย เวลาจับจะได้ไม่ต้องระแวงมาก หากเกิดไฟลัดวงจร ไฟช็อตขึ้นมาอันตรายถึงชีวิตเลยยิ่งถ้าเป็นบ้านแบบไม่มีเบรคเกอร์ตัดไฟยิ่งน่ากลัวเราจะต้องระวังและรอบคอบในการทำงานมาก ๆ

  1. ศึกษาข้อมูลการใช้งานของอุปกรณ์และข้อมูลเกี่ยวกับระบบไฟในบ้าน

ไขควงวัดไฟในแต่ละยี่ห้ออาจจะมีการใช้งานที่ต่างกันบ้าง ถ้ามันดูซับซ้อนควรถามช่างไฟหรือคนขายเพื่อความแน่ใจจะดีกว่า อย่าย้ำอีกครั้งอย่าลืมเลือกไขควงไฟที่มีคุณภาพดีด้วย ส่วนระบบไฟในบ้านมาทำความเข้าใจสักนิดทุกวันนี้จะเป็นแบบ 3 รู ดังนี้

  • L มีกระแสไฟ
  • N ไม่มีกระแสไฟ
  • รูสุดท้ายจะเป็นสายเดินลงดินหรือที่เรียกว่าสายดิน
  1. ทำการเช็คระบบไฟด้วยไขควงวัดไฟ

เมื่อได้อุปกรณ์มาแล้ว ทำความเข้าใจข้อมูลเสร็จก็มาทำการเช็คระบบไฟได้เลย โดยให้เอาไขควงไฟนั้นเสียบในช่องตัว L แล้วให้ดูว่าไขควงมีการเตือนว่ามีไฟไหมถ้าเตือนก็แปลว่าปกติดี ต่อมาเอาไขควงมาเสียบในช่อง N ทีนี้หากมันมีการเตือนว่ามีไฟแปลว่า “ไม่ดีแล้ว” อย่าลืมว่ารูช่อง N มันต้องไม่มีไฟ ต้องรีบทำการแจ้งผู้ที่รับผิดชอบมาจัดการแก้ไขด่วนเลย และในรูสายดินก็จะต้องไม่มีไฟเช่นกัน

           เวลาเราตรวจเช็คระบบไฟในบ้านด้วยไขควงวัดไฟนั้นจะต้องตรวจทุกจุดที่มีในบ้านเลยเพื่อความมั่นใจว่ามีตรงไหนที่ไฟเสียบ้าง มันอาจจะดูเป็นการเสียเวลาสักหน่อยแต่มันก็คุ้มค่าเพราะอย่างน้อยจะได้รีบแก้ไขในจุดที่เสียได้ทันก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาทีหลัง

Facebook Comments